Shipping Container

สรุปขนาดและประเภทของ ตู้คอนเทนเนอร์ (Shipping Container)

ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางเรือหรือทางบก ตู้คอนเทนเนอร์ขนส่ง (Shipping Container) คือบรรจุภัณฑ์มาตรฐานที่ขาดไม่ได้ เพราะช่วยปกป้องสินค้าจากสภาพอากาศ และทำให้การเคลื่อนย้ายจากเรือสู่รถบรรทุกทำได้อย่างรวดเร็ว

หากคุณจำได้ในบทความเรื่อง สรุป Workflow ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก 5 ขั้นตอน การเลือกประเภทตู้ให้เหมาะสมกับสินค้า คือหน้าที่สำคัญของ Shipper และ Forwarder ตั้งแต่ต้นทาง วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 5 ประเภทตู้คอนเทนเนอร์ที่นิยมใช้กันมากที่สุดครับ

ขนาดมาตรฐานของตู้คอนเทนเนอร์

ก่อนจะไปดูประเภทตู้ เราต้องรู้ก่อนว่าตู้คอนเทนเนอร์ทั่วไปในท้องตลาด จะถูกแบ่งขนาดความยาวออกเป็น 3 ไซส์หลักๆ ได้แก่:

  • ตู้ 20 ฟุต (20’ft): เหมาะสำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักมาก แต่ปริมาตรไม่เยอะ เช่น เหล็ก ข้าวสาร เครื่องจักรขนาดเล็ก
  • ตู้ 40 ฟุต (40’ft): เหมาะสำหรับสินค้าที่มีปริมาตรเยอะ (กินพื้นที่) แต่น้ำหนักเบา เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ พลาสติก
  • ตู้ 40 ฟุต ไฮคิว (40’ft High Cube / HC): มีความยาวเท่าตู้ 40 ฟุต แต่ “มีความสูงมากกว่า” (สูงประมาณ 9.6 ฟุต) เหมาะสำหรับสินค้าชิ้นใหญ่พิเศษที่ต้องการพื้นที่แนวตั้งเพิ่มขึ้น

5 ประเภท ตู้คอนเทนเนอร์ขนส่ง ที่นิยมใช้มากที่สุด

1. Dry Cargo Container (ตู้บรรจุสินค้าทั่วไป / ตู้แห้ง)

เป็นตู้มาตรฐานที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด ลักษณะเป็นตู้ทึบ มีประตูเปิดปิดด้านท้ายด้านเดียว ไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิใดๆ
เหมาะสำหรับ: สินค้าทั่วไปที่ไม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ

2. Reefer Container (ตู้เย็น / ตู้ควบคุมอุณหภูมิ)

ตู้ประเภทนี้จะมีเครื่องทำความเย็นติดตั้งมาด้วย สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ติดลบไปจนถึงอุณหภูมิบวก เพื่อรักษาความสดใหม่ของสินค้าตลอดการเดินทาง
เหมาะสำหรับ: อาหารทะเลแช่แข็ง ผลไม้สด ยา หรือเครื่องสำอาง
💡 ข้อควรระวังสำหรับผู้ประกอบการ: การลากตู้ Reefer ต้องมีการเสียบปลั๊กปั่นไฟ (Gen Set) ตลอดเวลา ซึ่งในทางบัญชีจะถือว่ามี “บริการพ่วง” หากคุณสงสัยเรื่องการเสียภาษี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ สรุป ภาษีธุรกิจขนส่ง: ค่าขนส่ง VAT และ หัก ณ ที่จ่าย ครับ

3. Open Top Container (ตู้เปิดหลังคา)

ตู้ประเภทนี้จะไม่มีหลังคาแข็ง แต่จะใช้ผ้าใบคลุมปิดแทน (Tarpaulin) เพื่อให้สามารถใช้เครนยกสินค้าหย่อนลงมาจากด้านบนได้
เหมาะสำหรับ: สินค้าที่มีความสูงเกินกว่าจะเข้าประตูตู้ปกติได้ หรือสินค้าที่ไม่สามารถใช้รถโฟล์คลิฟท์ตักเข้าทางหน้าประตูได้ เช่น ท่อเหล็กขนาดใหญ่ เครื่องจักรกลหนัก

4. Flat Rack Container (ตู้พื้นราบ)

เป็นตู้ที่มีแค่พื้นราบและเปิดโล่งทั้งด้านข้างและด้านบน (บางรุ่นอาจมีแผงกั้นหัวท้ายที่พับได้) ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักได้มากเป็นพิเศษ
เหมาะสำหรับ: สินค้าที่มีขนาดกว้างหรือยาวเกินมาตรฐาน (Oversized Cargo) เช่น รถแทรกเตอร์ โครงสร้างเหล็ก รถบัส

5. ISO Tank Container (ตู้แทงค์)

หน้าตาจะเหมือนถังแคปซูลขนาดใหญ่ที่ถูกล้อมรอบด้วยโครงเหล็กสี่เหลี่ยม เพื่อให้สามารถยกและวางซ้อนกันได้เหมือนตู้คอนเทนเนอร์ทั่วไป
เหมาะสำหรับ: สินค้าประเภทของเหลว เช่น สารเคมี น้ำมัน ไวน์ หรือก๊าซเหลว


จัดการงานลากตู้คอนเทนเนอร์ให้เป็นระบบ ด้วย TTMoC ERP

ในมุมมองของบริษัทขนส่งทางบก การบริหารงาน “ลากตู้คอนเทนเนอร์” มีความซับซ้อนกว่าการขนส่งทั่วไปมาก เพราะมีเส้นทางแบบ A -> B -> A (รับตู้เปล่า > บรรจุสินค้า > คืนตู้) เข้ามาเกี่ยวข้อง

การใช้ ระบบ Fleet Management ที่ออกแบบมาเพื่อการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์โดยเฉพาะ อย่าง TTMoC ERP จะช่วยให้ผู้จัดการกองรถสามารถ:

  • บันทึกหมายเลขตู้ (Container No.): และเบอร์ซีลตู้ (Seal No.) ป้องกันความผิดพลาดหน้าลาน
  • ควบคุมเวลาเข้า-ออกท่าเรือ: แจ้งเตือนเวลาคืนตู้ (Closing Time) เพื่อป้องกันค่าปรับ Demurrage / Detention
  • คิดราคาและวางบิลแม่นยำ: เชื่อมโยงใบสั่งงาน (Job Order) หน้าลาน เข้าสู่ระบบบัญชีเพื่อวางบิลและทอนเงินทดรองจ่ายได้ทันที

ยกระดับการบริหาร ฟลีทรถลากตู้คอนเทนเนอร์ ของคุณสู่อีกขั้น
ปรึกษาและทดลองใช้ TTMoC ERP ฟรี!

Similar Posts

  • บริหารรถร่วม อย่างไรให้งานเป๊ะ คุมง่าย เอกสารไม่หาย

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ บริหารรถร่วม คือกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้บริษัทขนส่งสามารถรับงานจากลูกค้าได้มากขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนซื้อรถบรรทุกเพิ่ม แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นเหมือน “ดาบสองคม” หากเราไม่สามารถควบคุมมาตรฐานของทีมงานซับคอนแทรคเหล่านี้ได้ ปัญหาคลาสสิกที่เถ้าแก่และฝ่ายจัดรถต้องเจอคือ ตามงานยาก รถไปถึงช้า ส่งเอกสารล่าช้า และบางครั้งก็อาจเสี่ยงต่อการเสียลูกค้าหากรถร่วมบริการไม่ดี วันนี้ TTMoC จะพาไปดู 3 ปัญหาหลัก และเทคนิคการจัดการทีมซับคอนแทรคให้เป๊ะเหมือนรถบริษัทตัวเองครับ! ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อต้อง บริหารรถร่วม ในงานขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ 1. การติดตามสถานะงานที่ยากลำบาก (Poor Visibility) เมื่อเราจ่ายงานให้ซับคอนแทรคไปแล้ว เรามักจะไม่รู้สถานะที่แท้จริงว่าตอนนี้รถวิ่งถึงไหน รับตู้หรือยัง? ทำให้เมื่อลูกค้าโทรมาตามงาน ฝ่ายจัดรถต้องคอยโทรศัพท์ตามคนขับรถร่วม ซึ่งทั้งเสียเวลาและดูไม่เป็นมืออาชีพในสายตาลูกค้า 2. มาตรฐานรถและมารยาทคนขับไม่คงที่ อย่าลืมว่าลูกค้าจำ “แบรนด์บริษัทของคุณ” ไม่ได้จำชื่อรถร่วม หากซับคอนแทรคแต่งกายไม่สุภาพ สภาพรถไม่พร้อม ทิ้งงานกลางทาง หรือทำสินค้าเสียหาย ลูกค้าก็จะต่อว่าและหมดความเชื่อมั่นในบริษัทของคุณโดยตรง การคัดกรองและประเมินคุณภาพจึงสำคัญมาก 3. เอกสารจบงานล่าช้า วางบิลไม่ได้ นี่คือปัญหาที่ทำให้กระแสเงินสดสะดุดมากที่สุด! เพราะเมื่อจบงาน กว่าคนขับรถร่วมจะนำใบ EIR…

  • จัดเก็บ เอกสาร Booking ข้ามแดน อัตโนมัติ ทำ อย่างไร

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ ไข ข้อสงสัย การ จัดเก็บ เอกสาร Booking ข้ามแดน อัตโนมัติ ใน การ ทำ ขนส่ง. ปัญหา ใหญ่ คือ การ หา ไฟล์. ดังนั้น การ เก็บ เอกสาร Booking ข้ามแดน จึง สำคัญ. วันนี้ เรา ขอ อธิบาย ให้ เข้าใจ ง่าย. นี่ คือ เทคนิค ที่ แอดมิน ต้อง รู้. สรุปคือ มัน จะ ช่วย เซฟ เวลา ได้. อย่างไรก็ตาม…

  • การบริหาร Backhaul จัดการรถเที่ยวเปล่าให้เป็นกำไร

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ วิ่งขาไปรับทรัพย์ วิ่งขากลับรถเปล่า? ถึงเวลาต้องเรียนรู้ การบริหาร Backhaul ในวงการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์และโลจิสติกส์ ปัญหา “รถเที่ยวเปล่า” (Empty Return) เป็นเหมือนฝันร้ายที่กลืนกินกำไรของบริษัทอย่างเงียบๆ การแก้ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของการลดคนหรือลดคุณภาพ แต่คือการนำ การบริหาร Backhaul เข้ามาประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบ ลองจินตนาการดูสิครับ รถบรรทุกของคุณต้องวิ่งกลับบริษัทหรือลานตู้ (CY) ในระยะทางเท่าเดิม แต่คุณต้องแบกรับต้นทุนค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าเบี้ยเลี้ยงคนขับ และค่าสึกหรอของรถไปฟรีๆ โดยไม่มีรายได้เข้ามาชดเชย การจัดการขากลับจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะเข้ามาพลิกวิกฤตนี้ เพื่อเปลี่ยนทุกกิโลเมตรที่รถวิ่งให้กลายเป็นรายได้เข้ากระเป๋าเถ้าแก่ครับ หลายครั้งที่เรารับงานขาไปได้ราคาดีมาก แต่พอหักลบกับต้นทุนขากลับที่ต้องตีรถเปล่า ปรากฏว่าทริปนั้นเหลือกำไรเพียงนิดเดียว หรือในบางเคสที่ค่าน้ำมันผันผวนหนักอาจถึงขั้นขาดทุน การปล่อยให้รถวิ่งเสียเปล่าจึงเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ธุรกิจขนส่งยุคใหม่ต้องรีบอุดให้เร็วที่สุด ทำไม การบริหาร Backhaul ถึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การเพิ่มกำไร? การวางแผนและจับคู่งานขาไป-ขากลับได้อย่างลงตัว จะช่วยลดการวิ่งรถเที่ยวเปล่าให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจขนส่งของคุณในหลายมิติ ได้แก่: เปลี่ยนต้นทุนสูญเปล่าเป็นรายได้: การหางานตีกลับช่วยให้คุณมีรายได้เข้ามาครอบคลุมค่าใช้จ่ายขากลับทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิ (Net Profit) ของทริปนั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใช้ฟลีทรถให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Fleet…

  • วิธีคำนวณต้นทุนค่าขนส่งรถบรรทุก ให้มีกำไร ไม่ขาดทุน

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ ปัญหาคลาสสิกของคนทำธุรกิจโลจิสติกส์คือ “วิ่งรถทุกวัน แต่ทำไมสิ้นเดือนไม่เหลือกำไร?” สาเหตุหลักมักมาจากการตั้งราคาค่าจ้างโดยอาศัยการกะเกณฑ์ หรือดูราคาตลาดตามคู่แข่ง โดยที่ไม่ได้รู้ต้นทุนที่แท้จริงของตัวเอง การรู้อย่างละเอียดถึง วิธีคำนวณต้นทุนค่าขนส่ง จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณตั้งราคาได้อย่างถูกต้อง ไม่ขาดทุน และมีกำไรเหลือไปต่อยอดธุรกิจครับ วันนี้เราจะมาเจาะลึกโครงสร้างต้นทุนของรถบรรทุก 1 คัน ว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรซ่อนอยู่บ้าง พร้อมเทคนิคการจัดการที่จะทำให้คุณเห็นกำไรสุทธิแบบชัดเจนในทุกๆ เที่ยววิ่ง โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ วิธีคำนวณต้นทุนค่าขนส่ง ก่อนที่เราจะคิดราคาเพื่อจัดทำ ใบเสนอราคาขนส่ง ให้ผู้ว่าจ้าง เราต้องแบ่งต้นทุนออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ตามหลักการ การบัญชีต้นทุน (Cost Accounting) เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการและวิเคราะห์ตัวเลข ดังนี้ครับ: 1. ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) คือค่าใช้จ่ายที่บริษัทต้องจ่ายทุกเดือน ไม่ว่ารถคันนั้นจะวิ่งงานหรือไม่ก็ตาม (ยิ่งรถจอดทิ้งไว้นาน ต้นทุนส่วนนี้ยิ่งบานตะไท) ประกอบไปด้วย: ค่างวดผ่อนรถบรรทุก หรือค่าเช่ารถ เงินเดือนประจำของพนักงานขับรถและผู้ช่วย ค่าประกันภัยรถยนต์ พ.ร.บ. และภาษีป้ายทะเบียนประจำปี ค่าเสื่อมราคาของตัวรถ 2….

  • การขนส่ง สินค้าอันตราย DG อย่างปลอดภัย ไร้รอยต่อ

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ ขนส่งตู้ สินค้าอันตราย DG งานปราบเซียนที่ต้องเป๊ะทุกขั้นตอน! ในแวดวงโลจิสติกส์และการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ การรับงานขนส่ง สินค้าอันตราย DG (Dangerous Goods) ถือเป็นงานที่มีความท้าทายสูงสุด แต่ก็มาพร้อมกับผลตอบแทนและอัตราค่าขนส่งที่สูงกว่าสินค้าทั่วไป (General Cargo) อย่างไรก็ตาม งานที่มีมูลค่าสูงย่อมแลกมาด้วยความเสี่ยง หากผู้ประกอบการขนส่งไม่มีระบบการจัดการที่รัดกุมเพียงพอ อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง สินค้าถูกกักที่ท่าเรือ หรือโดนค่าปรับมหาศาลจากการทำผิดกฎหมายขนส่งและข้อบังคับของกรมเจ้าท่า สินค้าอันตรายครอบคลุมตั้งแต่ สารเคมี วัตถุไวไฟ ก๊าซ ของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ไปจนถึงแบตเตอรี่ลิเธียมที่กำลังเป็นที่นิยมในอุตสาหกรรม EV ซึ่งการจะเคลื่อนย้ายสินค้าเหล่านี้ได้อย่างราบรื่น ต้องอาศัยความแม่นยำของเอกสาร ความพร้อมของยานพาหนะ และความเชี่ยวชาญของพนักงานขับรถเป็นอย่างมากครับ 3 จุดตายที่เถ้าแก่ต้องระวังในการขนส่ง สินค้าอันตราย DG ทำไมงาน DG ถึงพลาดไม่ได้? นี่คือจุดที่ทีม Operation และหน้าลานมักจะประสบปัญหาบ่อยที่สุดครับ: เอกสาร MSDS/SDS ไม่ครบถ้วน: เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี (Material Safety Data…

  • วิธีวางบิลธุรกิจขนส่งให้ได้เงินไว จบปัญหาเอกสารหาย กระแสเงินสดสะดุด

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ ในธุรกิจโลจิสติกส์ มีประโยคคลาสสิกที่ว่า “รถวิ่งจบ แต่งานยังไม่จบ” เพราะงานจะเสร็จสมบูรณ์จริงๆ ก็ต่อเมื่อบริษัทสามารถเก็บเงินค่าจ้างจากลูกค้าได้ครับ แต่ปัญหาใหญ่ที่ทำให้กระแสเงินสด (Cash Flow) ของบริษัทสะดุด มักเกิดจากความล่าช้าในการทำเอกสาร หากบริษัทของคุณมี ระบบวางบิลขนส่ง ที่มีประสิทธิภาพ การปิดยอดบัญชีและเก็บเงินก็จะไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอีกต่อไป วันนี้เราจะมาเจาะลึกปัญหาของฝ่ายบัญชี และวิธีการยกระดับการจัดการลูกหนี้การค้า (AR) เพื่อให้บริษัทของคุณมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีเยี่ยมกันครับ ปัญหาคลาสสิกเมื่อขาด โปรแกรมบัญชีขนส่ง ที่ดีพอ ผู้ประกอบการหลายท่านอาจเคยปวดหัวกับสถานการณ์เหล่านี้ ซึ่งมักเกิดจากการทำเอกสารด้วยมือ (Manual) หรือใช้ Excel ธรรมดา: ออกใบแจ้งหนี้ช้า: ต้องรอให้คนขับรถนำใบ POD (ใบรับส่งสินค้า) ตัวจริงกลับมาที่ออฟฟิศ บางครั้งใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ทำให้เสียโอกาสในการเก็บเงิน คำนวณยอดผิดพลาด: ค่าขนส่งมักมีรายละเอียดจุกจิก โดยเฉพาะงานวิ่งแบบไป-กลับ (Round-trip) หรือการแวะส่งหลายจุด (Multi-stop) เช่น ค่าตีเปล่า, ค่าจุดดรอปเพิ่ม, ค่ารอโหลดสินค้า หากพนักงานบัญชีดึงข้อมูลมาทำ โปรแกรมออกใบแจ้งหนี้ ผิดพลาด…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *