ภาษีธุรกิจขนส่ง

สรุปกฎหมาย ภาษีธุรกิจขนส่ง

ปัญหาชวนปวดหัวอันดับต้นๆ ของฝ่ายบัญชีและเจ้าของกิจการโลจิสติกส์ คือเรื่องของความซับซ้อนใน ภาษีธุรกิจขนส่ง ครับ เพราะมีทั้งเรื่องที่ได้รับยกเว้นภาษี และเรื่องที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายในอัตราที่แตกต่างกันไปตามรูปแบบการให้บริการ

วันนี้เราจะมาสรุปหลักเกณฑ์เรื่อง “ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)” และ “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย” ให้เข้าใจง่ายๆ เพื่อป้องกันการคำนวณผิดพลาดและโดนเบี้ยปรับย้อนหลังกันครับ

1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับธุรกิจขนส่ง

ตามกฎหมายแล้ว ธุรกิจขนส่งเป็นกิจการที่ได้รับ “ยกเว้น VAT” และไม่มีสิทธิ์จด VAT แม้ว่าจะต้องการจดก็ตาม แต่ก็มีข้อยกเว้นหากการขนส่งนั้นมี “บริการพ่วง” เข้ามาด้วย โดยแบ่งเป็น 2 กรณีหลักๆ ดังนี้ครับ:

แบบที่ 1: ขนส่งปกติ (ได้รับยกเว้น VAT)

คือการให้บริการรับจ้างขนของจากจุด A ไปจุด B ตามปกติทั่วไป กรณีนี้ จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 100%

แบบที่ 2: ขนส่งที่มีบริการพ่วง (ไม่ได้รับยกเว้น VAT)

คือการขนส่งที่รถไม่สามารถวิ่งไปเฉยๆ ได้ แต่ต้องอาศัยการทำงานอื่นร่วมด้วย หรือมีการขายสินค้าพ่วงเข้าไป เช่น

  • รถห้องเย็น: ที่ต้องเปิดแอร์ทำความเย็นรักษาอุณหภูมิตลอดการขนส่ง
  • รถโม่ปูน: ที่ต้องเปิดเครื่องผสมคอนกรีตตลอดเวลา
  • มีการแพ็กของ, ให้เช่าพื้นที่คลังสินค้า ร่วมด้วย

สิ่งที่ต้องระวัง: หากรายได้ในส่วนของบริการพ่วง หรือการขายสินค้านี้ เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เจ้าของธุรกิจมีหน้าที่ต้องยื่นขอจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่มีรายได้เกิน และต้องนำส่งให้กรมสรรพากรทุกๆ เดือนครับ

*เคล็ดลับ: ผู้ประกอบการต้องไปขอขึ้นทะเบียนเป็น “ผู้ให้บริการขนส่ง” กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อขออนุญาตทำธุรกิจขนส่งด้วย จึงจะได้รับสิทธิ์ยกเว้น VAT ในส่วนของค่าขนส่งปกติ และไม่ต้องนำค่าขนส่งไปรวมในราคาสินค้าครับ

2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับ ภาษีธุรกิจขนส่ง

สำหรับนิติบุคคล เมื่อผู้ว่าจ้างหรือกิจการมีการจ่ายเงินตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป จะต้องทำการ “หักภาษี ณ ที่จ่าย” ไว้ส่วนหนึ่งก่อนจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้าง พร้อมออก หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ดังนี้:

  • หัก 1% (ค่าขนส่งปกติ / จ้างรถร่วม): สำหรับการรับจ้างขนส่งทั่วไป จากจุด A ไปจุด B และรวมถึงกรณีที่บริษัทไม่มีรถเป็นของตนเอง แล้วไป จ้างรถร่วม (Subcontract) มาวิ่งงาน ไม่ว่ารถร่วมจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ก็ต้องหัก 1% ครับ
  • หัก 3% (ขนส่งพ่วงบริการ / แฟรนไชส์ COD): สำหรับงานขนส่งที่มีการให้บริการอื่นๆ ร่วมด้วย รวมถึงธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งพัสดุ (เช่น Kerry, J&T, Flash) ในกรณีที่มีการ “เก็บเงินปลายทาง” ผู้รับเงินจะต้องถูกหัก 3%
  • หัก 5% (ค่าเช่ารถ): หากเป็นการจ่ายเงินเพื่อ “เช่ารถ” มาใช้ในกิจการ (ไม่ได้จ้างขนส่ง) จะถือเป็นค่าเช่า ต้องหักในอัตรา 5% ครับ

จัดการเรื่องภาษีและบัญชีให้เป๊ะ ด้วยระบบ TTMoC ERP

ความผิดพลาดในการแยกบิล VAT และ Non-VAT หรือการคำนวณหัก ณ ที่จ่ายผิดเรท จะทำให้ฝ่ายบัญชีต้องเสียเวลาแก้เอกสารมหาศาล การใช้ โปรแกรมบัญชีขนส่ง ที่ออกแบบมาเพื่อโลจิสติกส์โดยเฉพาะจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ

ระบบ ERP ขนส่ง ของ TTMoC ถูกออกแบบมาให้จัดการเอกสารภาษีเหล่านี้ได้โดยอัตโนมัติ:

  • แยกรายการภาษีชัดเจนในบิลเดียว: ระบบสามารถตั้งค่าแยกบรรทัดได้ว่า รายการไหนเป็นค่าขนส่ง (หัก 1% ไม่มี VAT) และรายการไหนเป็นค่าบริการ/ค่าเช่า เพื่อให้คำนวณยอดสุทธิได้ถูกต้อง 100%
  • ออกใบ 50 ทวิ อัตโนมัติ: ทันทีที่มีการจ่ายเงินค่าจ้างรถร่วม ระบบจะสร้างหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้อัตโนมัติ
  • ลดความผิดพลาดซ้ำซ้อน: ดึงข้อมูลต้นทุนและรายได้จากใบสั่งงาน (Job Order) มาเปิดบิลวางบิลได้เลย ไม่ต้องคีย์ตัวเลขใหม่ให้เสี่ยงผิดพลาด

บอกลาความปวดหัวเรื่องบัญชีขนส่ง และภาษีย้อนหลัง
ปรึกษาและทดลองใช้ระบบจัดการ ภาษีธุรกิจขนส่ง ของ TTMoC ฟรี!

Similar Posts

  • FCL และ LCL เลือกแบบไหนดี? สรุปข้อดี-ข้อเสีย

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ ไข ข้อสงสัย FCL และ LCL เลือก ส่งออก แบบ ไหน ดี ใน การ ทำ ธุรกิจ นำเข้า. ปัญหา แรก คือ การ เลือก ประเภท ขนส่ง. ดังนั้น การ ทำ ความ เข้าใจ FCL และ LCL จึง สำคัญ มาก. วันนี้ เรา ขอ อธิบาย ให้ เข้าใจ ง่าย. นี่ คือ เรื่อง ที่ มือใหม่ ต้อง รู้. สรุปคือ…

  • รายงาน AR AP คืออะไร? ทำไมขนส่ง ขาดสภาพคล่อง

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ ไข ข้อสงสัย รายงาน AR AP คือ อะไร ทำไม สำคัญ ใน การ ทำ ธุรกิจ ขนส่ง. ปัญหา ใหญ่ คือ เงิน หมุนเวียน. ดังนั้น การ ดู รายงาน AR AP จึง สำคัญ. วันนี้ เรา ขอ อธิบาย ให้ เข้าใจ ง่าย. นี่ คือ เรื่อง ที่ บัญชี ต้อง รู้. สรุปคือ มัน จะ ช่วย ลด ปัญหา ขาดสภาพคล่อง…

  • สรุป ประเภทและความหมาย Incoterms อัปเดตล่าสุดที่ขนส่งต้องรู้

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ สรุป ประเภทและความหมาย Incoterms Incoterms (International Commercial Terms) คือกฎสากลที่กำหนดขึ้นโดยหอการค้านานาชาติ (ICC) เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการตกลงทำสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ พูดง่ายๆ คือเป็นตัวบอกว่า “ใครเป็นคนจ่ายค่าขนส่ง” และ “ความรับผิดชอบในตัวสินค้าเปลี่ยนมือกันตรงไหน” สำหรับเถ้าแก่ขนส่ง ฝ่ายขาย และฝ่ายบัญชี การเข้าใจเงื่อนไขเหล่านี้อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้เสนอราคาลูกค้าได้แม่นยำ และไม่เก็บค่ารถผิดบริษัท วันนี้ TTMoC จะมาสรุปกลุ่มของ Incoterms ให้เข้าใจง่ายๆ กันครับ สรุป ประเภทและความหมาย Incoterms ทั้ง 4 กลุ่มหลัก เพื่อให้จำง่าย Incoterms จะถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก (E, F, C, D) ตามระดับความรับผิดชอบของผู้ขาย (จากน้อยไปมาก) ดังนี้ครับ: 1. กลุ่ม E…

  • สรุปขนาดและประเภทของ ตู้คอนเทนเนอร์ (Shipping Container)

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางเรือหรือทางบก ตู้คอนเทนเนอร์ขนส่ง (Shipping Container) คือบรรจุภัณฑ์มาตรฐานที่ขาดไม่ได้ เพราะช่วยปกป้องสินค้าจากสภาพอากาศ และทำให้การเคลื่อนย้ายจากเรือสู่รถบรรทุกทำได้อย่างรวดเร็ว หากคุณจำได้ในบทความเรื่อง สรุป Workflow ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก 5 ขั้นตอน การเลือกประเภทตู้ให้เหมาะสมกับสินค้า คือหน้าที่สำคัญของ Shipper และ Forwarder ตั้งแต่ต้นทาง วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 5 ประเภทตู้คอนเทนเนอร์ที่นิยมใช้กันมากที่สุดครับ ขนาดมาตรฐานของตู้คอนเทนเนอร์ ก่อนจะไปดูประเภทตู้ เราต้องรู้ก่อนว่าตู้คอนเทนเนอร์ทั่วไปในท้องตลาด จะถูกแบ่งขนาดความยาวออกเป็น 3 ไซส์หลักๆ ได้แก่: ตู้ 20 ฟุต (20’ft): เหมาะสำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักมาก แต่ปริมาตรไม่เยอะ เช่น เหล็ก ข้าวสาร เครื่องจักรขนาดเล็ก ตู้ 40 ฟุต (40’ft): เหมาะสำหรับสินค้าที่มีปริมาตรเยอะ (กินพื้นที่) แต่น้ำหนักเบา เช่น…

  • FTL LTL FCL LCL คืออะไร? สรุปศัพท์โลจิสติกส์ที่คนทำขนส่งต้องรู้

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ FTL LTL FCL LCL คือกลุ่มคำศัพท์โลจิสติกส์ที่เถ้าแก่ขนส่ง ฝ่ายจัดซื้อ และพนักงานฝ่ายปฏิบัติการ (Operation) ต้องเจอแทบทุกวันเวลาเสนอราคางานให้ลูกค้า แต่สำหรับคนที่เป็นมือใหม่ในวงการนี้อาจจะยังสับสนว่า ตัวย่อเหล่านี้มีความหมายต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้รูปแบบไหนถึงจะคุ้มค่าต้นทุนที่สุด? วันนี้ TTMoC จะมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าการขนส่งแบบเหมาตู้ เหมาคัน หรือแบบแชร์พื้นที่นั้นต่างกันอย่างไรครับ! FTL LTL FCL LCL มีความแตกต่างกันอย่างไร? หมวดการขนส่งทางทะเล (Sea Freight) 1. FCL (Full Container Load) – การขนส่งแบบเหมาตู้ คือการที่ผู้ส่งสินค้าเช่าเหมาตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้ (เช่น ตู้ขนาด 20 ฟุต หรือ 40 ฟุต) โดยสินค้าในตู้นั้นจะเป็นของลูกค้าเพียงเจ้าเดียว ไม่ปะปนกับใคร ข้อดี: สินค้าปลอดภัยสูงมาก ไม่ต้องกลัวสูญหายหรือเสียหายจากการปนกับของคนอื่น และทำเอกสารนำเข้าส่งออกได้รวดเร็ว เหมาะสำหรับ:…

  • การขนส่ง สินค้าอันตราย DG อย่างปลอดภัย ไร้รอยต่อ

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ ขนส่งตู้ สินค้าอันตราย DG งานปราบเซียนที่ต้องเป๊ะทุกขั้นตอน! ในแวดวงโลจิสติกส์และการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ การรับงานขนส่ง สินค้าอันตราย DG (Dangerous Goods) ถือเป็นงานที่มีความท้าทายสูงสุด แต่ก็มาพร้อมกับผลตอบแทนและอัตราค่าขนส่งที่สูงกว่าสินค้าทั่วไป (General Cargo) อย่างไรก็ตาม งานที่มีมูลค่าสูงย่อมแลกมาด้วยความเสี่ยง หากผู้ประกอบการขนส่งไม่มีระบบการจัดการที่รัดกุมเพียงพอ อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง สินค้าถูกกักที่ท่าเรือ หรือโดนค่าปรับมหาศาลจากการทำผิดกฎหมายขนส่งและข้อบังคับของกรมเจ้าท่า สินค้าอันตรายครอบคลุมตั้งแต่ สารเคมี วัตถุไวไฟ ก๊าซ ของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ไปจนถึงแบตเตอรี่ลิเธียมที่กำลังเป็นที่นิยมในอุตสาหกรรม EV ซึ่งการจะเคลื่อนย้ายสินค้าเหล่านี้ได้อย่างราบรื่น ต้องอาศัยความแม่นยำของเอกสาร ความพร้อมของยานพาหนะ และความเชี่ยวชาญของพนักงานขับรถเป็นอย่างมากครับ 3 จุดตายที่เถ้าแก่ต้องระวังในการขนส่ง สินค้าอันตราย DG ทำไมงาน DG ถึงพลาดไม่ได้? นี่คือจุดที่ทีม Operation และหน้าลานมักจะประสบปัญหาบ่อยที่สุดครับ: เอกสาร MSDS/SDS ไม่ครบถ้วน: เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี (Material Safety Data…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *